ทีมบีชวอลเล่ย์บอล

กันยายน 2nd, 2010

ผมได้มีโอกาสได้ไปดูการแข่งขันของทีมบีชวอลเล่ย์บอลที่แข่งขันกันอย่างไม่เป็นทางการเพียงเพื่อความสนุกสนาน แต่ระหว่างสองทีมนั้นกลับเล่นกันแบบเอาจริงเอาจังจนกระทั่งมีคนมาดูมาชมให้กำลังใจอย่างแน่นขนัดจนดูเหมือนเป็นการแข่งขันกันจริงๆเพื่อวัดผลแพ้ชนะมากกว่าที่จะเล่นกันแค่สนุกสนานซึ่งการเล่นในวันนั้น น่าตื่นตาตื่นใจมากเมื่อเทียบกับสถานที่แล้ว คนๆนั้นที่ไม่น่าจะมาอยู่ที่นี่กลับมาอยู่ที่นี่ได้นั่นก็คือ นักกีฬาระดับประเทศ แชมป์บีชวอลเล่ย์ระดับมหาลัย กับสาวน้อยตัวเล็กสองคนที่ดูยังไงก็เหมือนเด็กประถม แต่ก็ใส่เครื่องแบบของวิทยาลัยในชุดยูนิฟอร์ม ถึงแม้ว่าจะใส่ขาสั้นไว้ข้างในก็เถอะดูยังไงก็เหมือนใส่ชุกนิสิตนักศึกษามาเล่นบีชวอลเล่ย์บอลยังไงยังงั้นเลย ส่วนอีกทีมก็พอกันใส่ชุดว่ายน้ำ บิกีนี่กับทูพีชมาเล่นแบบไม่กลัวชุดว่ายน้ำจะหลุดออกมาเลย ซึ่งทั้งสองทีมก็ขับเคี่ยวตีโต้กันได้อย่างสูสี ทางฝั่งแชมป์มหาลัยเองก็ตบได้อย่างรุนแรงและหนักหน่วงแต่ทางฝ่ายสองจิ๋วเองก็สามารถเซฟลูกเอาไว้ได้

โดยไม่มีทีท่าว่าจะหวาดกลัวลูกให้เล็นในแววตาเลยซักนิด ซึ่งถ้าเป็นผมเองถ้าให้ต้องรับลูกเสริฟที่ทั้งเร็วและรุนแรงพอๆกับระเบิดอย่างนั้นผมคงต้องหลบเป็นแน่แท้แต่สองสาวตัวเล็กกลับต่อสู้กับคู่แข่งระดับนี้ได้อย่างสูสีนอกจากจะรับลูกตบที่ทั้งรวดเร็วและรุนแรงได้แล้วยังสามารถกระโดด บล๊อคลูกได้ด้วยแรงกระโดดที่สูงอย่างไม่น่าเชื่อทั้งๆที่ตัวเล็กสูงไม่ถึง 160cm แท้ๆ แต่ก็สามารถกระโดดบล็อกลูกวอลเล่ย์ที่ทั้งแรงและน่ากลัวนั้นได้ด้วยความสูงที่ไม่น่าเชื่อราวกับว่าเธอทั้งสองคนกำลังเดินอยู่บนอากาศ ผมรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ จนทำเอาผมเผลอคิดเชียร์เข้าข้างคู่จิ๋วนั่นว่าอาจจะพลิกกลับมาชนะก็ได้ แต่ยังไงซะผลก็ออกมาตามคาดเพราะถึงแม้จะสู้ได้อย่างสูสีซักเท่าไหร่แต่ด้วยความอ่อนด้อยประสบการณ์ในฐานะทีมไร้ชื่อและความเขาขากันการเล่นประสานกันยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควรทำให้ทีมตัวเล็กต้องแพ้ไปอย่างน่าเสียดายแต่ถึงอย่างนั้นผู้ชมรอบๆสนามก็ตบมือให้กำลังใจกันเสียงดังสนั่นกึกก้องไปทั่วทั้งหาด ที่ชื่นชมในสปิริตของทั้งสองคนที่อดทนแข่งกับแชมป์ได้อย่างสูสีขนาดนี้ ผมคิดว่าคงจะมีไม่กี่คนหรอกที่จะทันสังเกตว่าทีมที่พวกตัวเล็กสู้อยู่นั้นเป็นทีมแชมป์บีชบอลระดับจังหวัดเลยทีเดียว ที่น่าตกใจกว่าก็คือผมมาทราบเอาทีหลังว่าพวกทีมตัวเล็กเพิ่งจะตั้งชมรมบีชบอลมาเมื่อไม่นานนี้เอง ที่มาท้าแข่งกับทีมนักกีฬาแชมป์ระดับประเทศก็รู้ตัวจริงและรู้จักกันตั้งแต่แรกอยู่แล้วที่มาท้าสู้ก็เพราะต้องการวัดระดับฝีมือของตัวเองและตั้งเป้าหมายที่จะเอาชนะ แต่เป็นเพราะมาเจอกันโดยบังเอิญขณะจะกลับบ้านก็เลยท้าดวลแข่งทั้งๆที่ไม่ได้เตรียมตัวมาทางฝ่ายนั้นเองก็เช่นเดียวกันเลยกลายเป็นการแข่งขันระหว่าง เครื่องแบบนักศึกษากับชุดว่ายน้ำ เธอคนหนึ่งในทีมตัวเล็กบอกว่า ที่มาท้าแข่งก็เพื่อหน้าตาของชมรมด้วยเพราะอีกไม่นานนี้ชมรมก็จะถูกยุบเหตุเพราะมีสมาชิกไม่ครบสี่คนตามมาตรฐาน

การตั้งชมรมทั้งๆที่พวกเธอลงทุนไปจัดการสนามเทนนิสเก่าและแปลงคอร์ทสนามเท็นนิสเก่าให้เป็นหลุมแล้วไปจ้างรถขนดินมาขนทรายลงจากรถและ ช่วยไกล่เกลี่ย หน้าทรายให้เรียบร้อยแล้วจึงมาขอร้องผู้อำนวยการโรงเรียนขอยื่นเรื่องการตั้งชมรม แต่ทางนั้นเองก็ไม่ยอมเพราะสมาชิกไม่ครบสี่คน จึงไปตามหาสมาชิกจากที่ต่างๆด้วยการเชิญชวน เข้าเป็นสมาชิกชมรมผ่านทางการไปเล่นบีชวอลเล่ย์บอลตามชายหาดต่างๆแสดงให้เห็นถึงความสนุกสนานจากการเล่นบีชวอลเล่ย์บอล ซึ่งก็เป็นไปตามที่คาดไว้เพราะหลังจากศึกการดวลกับแชมป์ที่มีนักข่าวกีฬาที่จะมาขอสัมภาษณ์แชมป์เกี่ยวกับการแข่งในนัดต่อไปก็เลยเปลื่ยนเป้าหมายมาทำข่าวทีมตัวเล็กแทนเลยกลายเป็น Talk of the town ของตอนนั้นไป ด้วยการฟาดหัวข้อข่าวว่าทีมตัวเล็กปะทะทีมแชมป์ได้อย่างสูสีจนทำให้กลายเป็นที่โด่งดังในมหาลัยจนมีคนมาสมัครเข้าชมรมอย่างล้นหลามเลยทีเดียว

เปตองกับความชื่นชอบ

สิงหาคม 28th, 2010

เช้าวันนี้อากาศสดชื่น ไม่อย่างลุกจากที่นอนเลย แต่ผมต้องลุกขึ้นมา เพื่อไปทำงานให้ทันเวลา เพราะต้องไปทำงาน เวลา 0830 น. วันนี้เป็นวันพิเศษที่ทำงานของผมมีการแข่งขันกีฬา และที่สำคัญกีฬาที่ผมชื่นชอบคือเปตอง ผมชอบดูเวลามีการแข่งขัน บอกได้เลยว่า หาดูยาก หาดูทั่วไปไม่ค่อยมี วันนี้เป็นวันเริ่มแข่งขัน คือรอบคัดเลือก กีฬาชนิดนี้เป็นกีฬาที่หน้าศึกษา เพราะว่า เป็นกีฬาที่ไม่ธรรมดา แตกต่างจากกีฬาชนิดอื่นมากครับ กีฬาเปตองต้องใช้ฝีมือ และประสบการณ์ที่เหนือกว่า การวางแผน ถึงจะเอาชนะคู่แข่งได้ 

ซึ่งเพื่อนร่วมงานของผมจะฝึกซ้อมฝีมือทุกวันหลังเลิกงานหรือเวลาพักเที่ยงและช่วงที่ไม่มีงานไม่มีอะไรทำกันก็จะร่วมตัวกันเพื่อมาแข่งเปตองพนันกันแต่การพนันนี้ไม่ได้เป็นการพนันเอาเงินกันนะครับอย่าเพิ่งเข้าใจผิดแต่เป็นการพนันกินแป๊ปซี่กันจะเล่นกันเป็นทีมถ้าทีมไหนชนะก็จะได้กินแป๊ปซี่ฟรีส่วนถ้าทีมไหนแพ้ก็จะต้องเสียตังค์ซื้อแป๊ปซี่ให้ทีมที่ชนะ  เล่นกันทุกวันเล่นกันบ่อยมากจนจะกลายเป็นนักกีฬาเปตองทีมชาติได้แล้วมั้ง  แต่ผมเล่นไม่ค่อยเก่งแต่ก็พอเล่นได้บ้าง   ส่วนใหญ่จะชอบดูคนอื่นเล่นมากกว่าและวันนี้ก็เป็นวันที่ทำงานได้มีการจัดแข่งขันเปตองขึ้นซึ่งคนที่เป็นนักกีฬาก็เป็นเพื่อนที่ทำงานผมเองซึ่งปกติพวกเค้าก็เล่นกันเป็นประจำอยู่แล้วการจัดการแข่งในครั้งนี้ก็เลยไม่จำเป็นต้องหานักกีฬาให้ยาก  โดยการแข่งขันในครั้งนี้ผู้จัดก็ได้จัดเตรียมเงินรางวัลไว้เรียบร้อยแล้วสำหรับผู้ชนะเพื่อเ ป็นกำลังใจให้พนักงานและนักกีฬา

ซึ่งการแข่งขันก็มีแค่สองทีมเองทีมละ 3  คน  ก็ผลัดเปลี่ยนกันโยนพนักงานที่ไม่ได้แข่งขันด้วยก็มายืนให้กำลังใจเพื่อนๆของตนเองที่เข้าร่วมการแข่งขันการแข่งขันที่เพิ่งจะเริ่มต้นก็สนุกแล้วเพราะต่างฝ่ายต่างเก่งและเป็นมือดีกันทั้งสองทีมเซียนมาเจอเซียน  ทีมฝ่ายรุ่นพี่ผมบอกว่าไม่กลัวอยู่แล้วรู้ทางหมดแล้วเพราะทั้งสองทีมเล่นด้วยกันบ่อยเล่นจนรู้ทางกันหมดแล้ว  แต่ทั้งสองทีมก็ไม่มีใครยอมใครในสนามตอนนี้เงียบมากเนื่องจากการแข่งขันกีฬาประเภทนี้จะต้องใช้สมาธิมากๆ  ดังนั้นทุกคนในสนามจึงได้แต่ยืนให้กำลังใจนักกีฬาเงียบๆ  สู้กันอยู่หลายเกมส์คนดูก็ลุ้นว่าทีมไหนจะเป็นฝ่ายชนะผลัดกันได้เสียคนละเกมส์ผมยืนดูพี่เค้าแข่งขันกันอยู่นานก็เลยเดินออกมานั่งพักเพราะไม่ได้ทีมที่ชนะชักทีก็เมื่อยที่จะยืนดูเลยมานั่งคิดเล่นๆว่าการเล่นเปตองนี้ก็ยากเหมือนกันเป็นกีฬาที่ต้องใช้ฝีมือและต้องมีสมาธิ  และต้องแก้ไขปัญหาเฉพราะหน้าได้ดีเพราะการแข่งขันเปตองนี้เป็นกีฬาต้องใช้สมองเยอะเหมือนกันจะรู้วิธีการตีลูก น้ำหนักมือหรือน้ำหนักการโยนจะต้องดีและแม่นยำพอสมควรแข่งกันอยู่นานผมเลยเดินกลับเข้าไปดูทีมที่ผมเชียร์อยู่ในใจกำลังจะชนะและแล้วก็ชนะจริงๆ และได้รับเงินรางวัลไป

เพื่อนที่ทำงานของผมก็มีไม่มากนักก็เลยไม่วุ่นวายอะไรมากเป็นการจัดการแข่งขันกีฬากันขึ้นแบบง่ายๆ  จุดประสงค์หลักก็เพื่อให้พนักงานได้ผ่อนคลายพักผ่อนสมองจากการทำงานและยังเป็นการสร้างความคุ้นเคยให้แก่เพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนที่ทำงานด้วยกันให้มีความสนิทสนมกันมากขึ้นและจัดการแข่งขันกีฬาแบบนี้เป็นการสร้างความสามัคคีไปในตัวเห็นไมครับได้ประโยชน์ทั้งขึ้นทั้งล่อง   ไม่ว่าจะเป็นที่โรงเรียน  หรือที่หมู่บ้านแม้แต่ที่ทำงานก็ขาดไม่ได้เลยที่จะต้องมีกิจกรรมการแข่งขันกีฬาไม่ว่าจะเป็นกีฬาชนิดไหนก็สามารถนำมาเล่นและแข่งขันได้หมด นอกจากจะเป็นการออกกำลังกายแล้วยังเป็นการสร้างมิตรภาพที่ดีให้แก่เพื่อนๆไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนนักเรียนด้วยกันก็ได้ทั้งนั้น   และไม่ว่าทุกท่านจะชอบดูหรือชอบเล่นกีฬาประเภทไหนก็ตามก็ดีหมดอย่างผมชอบกีฬาเปตองแต่ผมก็เล่นไม่เก่งแต่ผมก็ชอบกีฬาชนิดนี้มากแม้จะไม่ได้ลงเล่นขอเพียงแค่ได้ยืนดูก็รู้สึกดีแล้ว จริงๆนะครับ

กีฬายิงธนูกับการแข่งขัน

สิงหาคม 25th, 2010

ผมได้ไปดูรับชมการแข่งขันกีฬายิงธนูของมหาลัยที่เพื่อนสนิทของผมชวนมาดูเพราะเพื่อนของเธอก็อยู่ในชมรมนี้ก็เลยชวนผมมาเชียร์เป็นเพื่อนตามเคย ซึ่งการยิงธนูนั้นตามความคิดผมก็คงจะเป็นกีฬาที่ น่าเบื่อผลัดกันยิงไปมา แค่ถูกเป้าบ้างไม่ถูกเป้าบ้างวัดกันแค่ความแม่นยำเท่านั้นซึ่งผมก็คิดไว้เพียงเท่านั้นเพราะตัวผมเองค่อนข้างจะมีอคติกับกีฬาประเภทนี้อยู่บ้างพอสมควร เพราะกีฬาชนิดนี้แต่เดิมทีอุปกรณ์นั้นก็มีไว้ใช้เพื่อฆ่าสัตว์ล่าสัตว์ทำลายชีวิตของผู้อื่นอยู่แล้ว สำหรับสัตว์กินพืชอย่างผมก็ไม่ค่อยจะชอบอุปกรณ์ชนิดนี้ซักเท่าไหร่นัก เพราะมันเป็นอาวุธที่มีไว้เพื่อคร่าชีวิตผู้อื่นและมีความอันตรายมากแต่ก็ยังมีการจัดการแข่งขันยิงธนูอยู่เรื่อยๆจนกลายมาเป็นกีฬาไปแล้ว ผมคิดว่าแค่ไปนั่งดูเป็นเพื่อนของเพื่อนให้เพื่อนของเพื่อนผมมีกำลังใจว่ามีคนมาช่วยเชียร์ก็พอแล้วมั้ง อย่างน้อยคนดูก็ไม่น่าจะเยอะซักเท่าไหร่แต่นั่นทำให้ผมต้องเปลี่ยนทรรศนคติใหม่เกี่ยวกับกีฬายิงธนูนี้ที่ดูภายนอกคนเข้าร่วมหรือให้ความสนใจในกีฬาชนิดนี้คงจะมีแค่ส่วนน้อย แต่ในงานสถานที่สนามจัดการแข่งขันแทบจะเรียกได้ว่าแน่นขนัดไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา กระทั่งคนที่ไว้ทรงผมแอฟโร่หัวฟูเป็นก้อนผ้าขยำไว้ก็ยังมี

ซึ่งจากการแข่งนั้นเท่าที่ผมทราบคร่าวๆว่าคราวนี้มหาลัยที่จะมาซ้อมแข่งขันด้วยเป็นพวกระดับจังหวัดที่มีความสามารถสูงมากซึ่งหัวหน้าทีมของฝ่ายโน้นก็ข่มขู่กันสารพัด  ทั้งแกล้งบอกว่าถ้าได้ไม่ก็ไม่ต้องเอ่ยเปลี่ยนตัวแทน ทีมชุดแข่งบ่อยๆซึ่งตอนยิงไม้แรกรอบแรกของทุกๆคนนั้น ทางฝ่ายตรงข้ามดูท่าทางสบายๆและไม่มีพลาดแม้ว่าจะด้วยวิธีใดๆ ก็ตามซึ่งทีมฝ่ายตรงข้ามนั้นสามารถยิงธนูได้โดยไม่พลาดเป้าแม้สักเป้าเดียวซึงต่างกับผลัดเราที่ยิงถูกบ้างไม่ถูกบ้างตามลำดับ คนที่ยืนดูอยู่ก็บอกว่านี่เป็นการซ้อมแข่งของทีมระดับจังหวัดและทีมระดับเขตซึ่งอยู่กันคนละระดับกันอยู่แล้ว แต่ว่าทีมฝั่งมหาลัยของผมนั้น เป็นสาวสวยผมยาวที่มีความสวยและหุ่นดีสุดๆคนที่ยิงเป็นมือหนึ่งนั้นนอกจากจะยิงได้อย่างแม่นยำและเฉียบคมแล้ว สมาธิและแรงกดดันในการยิงแต่ละครั้งนั้นทำให้คนดูถึงกับนิ่งเงียบดูกันเลยทีเดียวจากแรงกดดันและความมุ่งมั่นของเธอที่ไม่วอกแวกและไม่ใส่ใจเลยว่าทีมของตัวเองนั้นอยู่ในสภาพย่ำแย่แค่ไหน แต่ถึงอย่างนั้นสิ่งที่ทำให้ผมตกใจมากกว่าก็คือ นี่เป็นสนามแข่งในรอบของผู้ชายแต่สาวสวยคนนี้ทำไมถึงได้มาเข้าลงแข่งได้ละ ผมถึงบางอ้อทันทีที่เพื่อนผมกระซิบบอกว่าเธอคนนั้นนะเป็นผู้ชาย เล่นเอาผมตาค้างไปสามสิบวิได้เลยทีเดียว

 แต่ถึงอย่างนั้นในรอบที่สามจากเจ็ดรอบการยิงพวกมหาลัยฝ่ายตรงข้าม ก็มีการยิงพลาดกันบ้างแล้วจากการยิงธนูติดๆกันหลายๆครั้งทั้งการฝืนยิงธนูติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆและการทุ่มเทกำลังใจและพลังกายในการควบคมให้เกิด การเสียสมาธิจนยิงถูกบ้างยิงผิดบ้าง จากแรงกดดันรอบๆข้าง แรงกดดันจาก คนดูคนรับชมผู้ฝึกสอนซึ้งก็นั่งดูอยู่ไม่ไกลจากที่รอบรับซักเท่าไกร นอกจากแรงกดดันจากคนดูแล้วก็ยังแรงกดดันจากทีมฝ่ายตรงกันข้าม ซึ่งในช่วงหลังนั้นทีมฝั่งมหาลัยผมทำเกมได้ดีมากแทบจะไม่หลุดเป้าเลยกลับกันทีมฝั่งตรงข้ามเริ่มยิงเสียมากขึ้นเรื่อยๆ และมือหนึ่งนำทัพของฝ่ายตรงข้ามนั้นแทบจะผิดพลาดตลอดเวลา ซึ่งความสำคัญของมือหนึ่งนั้น จะช่วยเรียกความมั่นใจและส่งเสริมกำลังใจของคนในทีม ซึ่งการที่ทีมจะยิงต่อไปได้นั้นต้องผ่านการยิงเปิดประเดิมของมือหนึ่งก่อนและเมื่อมือหนึ่งยิงแต่ละครั้งนั้นจะมีส่วนเพิ่มกำลังใจให้กับสมาชิกในทีมที่จะส่งออกมายิงในไม้ต่อผลัดต่อมาทำให้การยิงออกมานั้นดียิ่งขึ้นแต่สุดท้ายแบบแรกยอมดีที่สุด โดยการยิงเปิดไปเรื่อยๆ แต่อย่างไรก็ดี แต่ที่น่าเสียดายก็คือเพื่อผมที่พาผมมาดูด้วยกลับหายไปไหนก็ไม่รู้ พอรู้สึกตัวอีกทีแข่งขันจบแล้วเพื่อมผมก็มาพอดีเป็นช่วงเวลาที่แข่งจบพอดี

การแข่งขันแบตมินตันคู่ผสมระหว่างห้อง

สิงหาคม 23rd, 2010

การแข่งขันแบตมินตันคู่ผสมระหว่างห้องซึ่งเป็นการแข่งขันกันภายในโรงเรียนซึ่งจะจัดการแข่งขันขึ้นเพื่อที่จะให้นักเรียนทุกคนที่ได้เรียนวิชาพละศึกษาไปแล้วนำกลับมาใช้ในการเรียนหรือการทดสอบจากที่ได้เรียนมาในตอนต้นเทอมและปลายเทอม การแข่งขันที่จัดขึ้นนั้นเป็นการแข่งขันที่จะจัดขึ้นในตอนปลายเทอมเพื่อจะได้รู้ว่าสิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ไปนั้นสามารถนำกลับมาใช้ได้มากหน่อยเพียงใดหรือการนำเทคนิคที่ได้รับนั้นมาปรับปรุงในการเรียนอย่างไร  การแข่งขันนี้จะจัดขึ้นระหว่างห้องซึ่งทางนักเรียนนั้นจะต้องส่งนักเรียนที่จะลงแข่งขันที่สมัครใจหรือนักเรียนที่มีความสามารถในทางด้านนี้อยู่แล้วมาทำการแข่งขันห้องละ 2 คน แต่ละห้องนั้นจะต้องส่งตัวแทนเป็นนักเรียนชาย – นักเรียนหญิง เพื่อที่จะทำการแข่งขัน การแข่งขันในครั้งนี้ได้แบ่งออกเป็นสาย ก สาย ข และสาย ค ตามลำดับ การแข่งขันนั้นจะเริ่มการแข่งขันกันในอาทิตย์เพื่อที่จะได้คัดให้เลือกเพื่อที่จะได้เข้าไปแข่งขันกันในรอบชิงชนะเลิศในอาทิตย์ก่อนที่จะสอบปลายภาคเทอม 2 ทางด้านของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ทุกห้องนั้นที่ได้รับทราบข่าวการแข่งขันกีฬากันไปแล้วนั้นในแต่ละห้องนั้นก็ได้เริ่มมีการถามเพื่อนๆในห้องว่า ใครจะอาสาลงแข่งขัน หรือเพื่อนๆคนไหนที่มีความสามารถในทางด้านนี้ก็สามารถแข่งขันได้เข่นกัน

นักเรียนในแต่ละห้องอาจจะต้องลงมติให้เพื่อนๆนั้นช่วยกันลงคะแนนหาตัวแทนของห้องถ้าเกิดว่าในห้องนักเรียนแต่ละห้องนั้นไม่มีใครอาสาที่ลงทำการแข่งขันก็จะต้องเล่นกันด้วยวิธีนี้ ส่วนทางด้านนักเรียนบ้างห้องนั้นที่ได้ตัวนักกีฬาแล้วนั้นเพื่อนๆในส่วนที่เหลือก็ได้พากันช่วยเหลือและฝึกซ้อมให้เพื่อนๆที่ลงทำการแข่งขันเพื่อนๆแต่ละคนนั้นที่มีลูกไม้เด็ดๆก็จะพากันงัดกันขึ้นมาให้เพื่อนที่ลงเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ เมื่อถึงเวลาใกล้ที่จะแข่งขันนั้นทางด้านอาจารย์นั้นก็จะเรียกนักเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขันนั้นมาประชุมกันอีกครั้งหนึ่งเพื่อที่จะได้ทำการจับฉลากเลือกสายกันในแต่ละสายให้นักเรียนที่ลงทำการแข่งขันเพื่อจับฉลากได้ให้นักเรียนในแต่ละสายแล้วก็เริ่มทำการแข่งขันกันได้ การแข่งขันในครั้งแรกจะนักเรียนห้อง ม.5/2 และห้อง ม.5/9 จะเริ่มทำการแข่งขันกันเป็นคู่แรก นักเรียนทั้งสองห้องเปายิงชุบกันนั้นทางด้านของห้อง ม.5/9 เป็นฝ่ายชนะจึงได้เสิร์ฟก่อน การแข่งขันนั้นก็ทำเนินไปด้วยความสนุกสนาน ทางด้านของกองเชียร์ก็เช่นกันสนุกสนานเฮฮ่าทางด้านของในสนามก็ได้ทำคะแนนกันแล้วนั้น และทางด้านผลการแข่งขันในรอบแรกทางด้านของห้อง ม.5/2 เอาชนะไปก่อนในรอบแรก พอถึงในการแข่งขันรอบที่สองนั้น ทางด้านของห้อง ม.5/9 ได้วางแผนในการเล่นใหม่เพื่อที่จะรับทางด้านของห้อง ม.5/2 แต่ทางด้านของ ม.5/2 นั้นได้นักกีฬาแบตมินตันมาลงทำการแข่งขันในทางด้านของนักเรียนชายที่เป็นนักกีฬาในกีฬาประเภทนี้อยู่แล้ว

 พอเริ่มดำเนินการแข่งขันในรอบที่สองนั้นทางด้านของ ม.5/9 ได้ทำคะแนนตีห่างออกไปเรื่อยแต่พอคะแนนไกลจะห่างออกมากขึ้นนั้นทางด้านของ ม.5/2 ก็ได้เริ่มทำคะแนนไล่ตามาติๆตนสามารถเอาชนะห้อง ม5/9 ได้ ผลปรากฏว่าการแข่งขันกันในสาย ก ระหว่างนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี่ที่ 5/2 ซึ่งเจอกับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/9 ได้เอาชนะไปด้วย 2- 0 สกอร์ ในการแข่งขันกีฬาแบตมินตันคู่ผสมระหว่างห้อง

ทำไมผู้หญิงชอบสีชมพู

สิงหาคม 21st, 2010

สมัยเด็กๆ เป็นลูกสาวคนเดียวของพ่อแม่ เวลาจะซื้อเสื้อผ้า ของเล่นอะไรก็ตาม ก็จะมีสิทธิ์ซื้อได้เต็มที่ ไม่ต้องแบ่งกับใคร และของแต่ละอย่างที่ซื้อมาก็มักจะเป็นอะไรที่แหววๆ สีชมพูสมเป็นเด็กผู้หญิง ทั้งที่พ่อแม่ก็ไม่เคยบังคับว่าต้องเลือกของแบบนี้ ชอบของแบบนี้

ไม่รู้ทุกคนคิดยังไงกับสีชมพู แต่จะมีช่วงหนึ่งที่เริ่มโตขึ้นมานิดหน่อย เริ่มมีเพื่อนมากขึ้น และความชอบก็จะโอนเอียงไปทางรสนิยมที่คล้ายเพื่อน เพราะจะได้มีเพื่อนเยอะๆ ตอนนั้นคงทำเอาคุณสีชมพูน้อยใจเลยทีเดียว

ตรงข้ามกัน เมื่อผู้หญิงชอบสีชมพู และสีชมพูถูกกำหนดให้เป็นสัญลักษณ์ของผู้หญิง สีฟ้าจึงถูกกำหนดมาให้เป็นสัญลักษณ์ของผู้ชาย เพราะเหตุนี้ สีมชมพูและสีฟ้าจึงได้มาเป็นคู่กัน

แต่เราจะไม่พูดถึงสีฟ้ามากนัก (เพราะเราเป็นผู้หญิง) วกกลับมาที่เรื่องของสีชมพู ซึ่งได้มีการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของสีสันที่ส่งผลต่อบุคลิกภาพ และสีชมพูคือสีที่เพิ่มความเป็นมิตร ช่วยเสริมสร้างพื้นฐานของ ความใจดี มีน้ำใจ อ่อนหวาน และช่างพิจารณาให้ปรากฏ เสื้อผ้าสีชมพูจะช่วยเสริมคุณสมบัติของความอบอุ่น และความโอบอ้อมอารี มีน้ำใจต่อผู้อื่นให้เห็นเด่นชัดขึ้น นอกจากนั้น ยังแสดงออกถึงการโน้มน้าวจิตใจผู้อื่นได้ดี การสวมใส่สีชมพูจะช่วยขับเน้นความเป็นมิตร ทั้งยังแสดงออกได้ถึงความเป็นผู้นำอยู่ในตัวเองอีกด้วย

อุปกรณ์เทคโนโลยีสมัยนี้ ทั้งมือถือ คอมพิวเตอร์ เครื่องเล่น mp3 และกล้อง ฯลฯ ก็กอดคอกันออกรุ่นสีชมพูที่ผู้หญิงชอบ

ที่แท้ “สีชมพูสิ แน่จริง”  ผู้หญิงบางคน  ที่เห็นกล้องถ่ายรูปรุ่นใหม่ออกมาเป็นสีชมพูถึงกับลงทุนเปลี่ยนกล้องตัวเก่าที่ยังใช้ได้อยู่เลยทิ้ง สีชมพูช่างมีอิทธิพลเหลือร้าย…

ผู้หญิงที่ชอบสีชมพูมักจะถูกมองว่าเป็นคนที่หน่อมแน้ม ดูหวานแหวว เรียบร้อย(?) ในภาพยนตร์เรื่อง Legally Blond ที่สาวแอลล์ นางเอกของเรื่องเป็นสาวสีชมพู เธอชื่นชอบสีชมพูเป็นที่สุด แต่แล้วเธอก็ถูกแฟนหนุ่มของเธอทิ้ง เพราะเธอชอบสีชมพูที่ทำให้เธอดูเป็นคนไม่ได้เรื่อง ดูเป็นสาวไร้สมอง ผมบลอนด์ (พวกฝรั่งเขามักจะนิยามสาวผมบลอนด์หน้าตาสะสวยว่าเป็นสาวไร้สมอง)

 
 

มีผลการศึกษาของคณะนักวิจัยที่นำโดยดร.อันยา เฮอล์เบิร์ต จากมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิลในออสเตรเลียที่เผยแพร่ผ่านวารสารด้านชีววิทยา Current Biology พบว่า สาเหตุ ที่ทำให้ผู้หญิงชอบสีชมพูหรือสีที่มีเฉดใกล้เคียง อาจเป็นเรื่องธรรมชาติ เพราะสีเหล่านี้สื่อความหมายที่ช่วยให้ผู้หญิงสามารถเลือกเก็บผลไม้ที่สุกงอมมารับประทาน และเลือกคู่ชีวิตที่มีสุขภาพแข็งแรง

คณะวิจัยได้ทดลองให้ชายหญิงอายุระหว่าง 20-29 ปีกว่า 200 คนเลือกสีที่ชอบบนจอคอมพิวเตอร์ ปรากฏว่า กลุ่มตัวอย่างผู้หญิงที่ประกอบด้วยหลากหลายเชื้อชาติมีแนวโน้มเลือกสีออกฟ้าที่มีสีแดงปนอยู่มากกว่า และมีแนวโน้มไม่เลือกสีออกเขียวและเหลืองมากกว่า และเหตุผลของการเลือกน่าจะอธิบายได้ด้วยหลักการทางชีววิทยา มากกว่าวิวัฒนาการทางสังคมที่ปลูกฝังว่าสีชมพูเป็นสีของผู้หญิง

ทั้งนี้เพราะในสังคมจีนซึ่งสีแดงเป็นสีของความโชคดีนั้น ผู้ชายจีนในกลุ่มทดลองก็ไม่ได้เลือกสีแดง ทั้งที่อยู่ในสังคมที่ปลูกฝังเรื่องสีแดงนำโชค แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าวัฒนธรรมและกระแสนิยมก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้หญิงชื่นชอบสีชมพู

บางที สาเหตุที่ผู้หญิงชอบสีชมพูกัน (เป็นส่วนมาก) อาจจะเป็นเพราะถูกกำหนดให้คู่กันมาตั้งแต่โลกเริ่มถูกสร้างก็เป็นได้

กีฬาสร้างชาติ

สิงหาคม 18th, 2010

วันนี้เราได้ดูข่าวหลายอย่าง  เช่นข่าวฟุตบอล  ข่าวเทนนิส  ข่าวมวย  และข่าวกีฬาอื่น ๆ อีกมากมาย  ทั้งเรื่องที่นักเตะดัง ๆ ถูกซื้อตัวไปยังสโมสรต่าง ๆ นั้น ก็เป็นข่าว  แล้วก็ข่าวที่เกี่ยวข้องกับโค้ชของทีมฟุตบอลถูกถอนออกจากทีม  และก็มีผลพวงมาจากฟุตบอลโลกที่ผ่านมาด้วย  จึงสงสัยว่า ถ้าหากชาติของเราไม่มีกีฬาประเภทต่าง ๆ แล้ว  จะเป็นอย่างไร  ชาติของเราจะพัฒนาไปในทิศทางใด  เคยมีใครตั้งคำถามมั้ย  เป็นเรื่องที่น่าฉุกคิดกัน

                การกีฬาสามารถสร้างชาติได้  คือความคิดของข้าพเจ้าคือ  กีฬานั้นสร้างสรรค์ระเบียบวินัยให้กับคนที่เล่น  ไม่ว่าจะเล่นกันเป็นทีม  หรือเล่นเดี่ยว  เล่นคู่  ฝึกความอดทน  เพราะว่าถ้าไม่มีความอดทนต่อการฝึกซ้อมและความอดทนต่อแรงกดดันแล้วก็จะไม่ถึงจุดที่จะชนะได้  ยิ่งต้องไปแข่งต่างแดนแล้วละก็  ความกดดันยิ่งสูง  การแก้ปัญหาต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน  การที่เราจะทำสิ่งต่าง ๆ ที่เราได้เล่นกีฬามาใช้ในชีวิตประจำวันสามารถทำได้คือ  ในเรื่องของการงานก็จะเป็นคนที่มีระเบียบวินัย  รู้จักวางแผนการทำงานได้  และอดทนต่องานที่เป็นอุปสรรคและรู้จักแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้และสามารถคิดงานใหม่ๆ ได้ ดังเรื่องที่จะเล่าให้ฟังดังนี้

                นายสะอาด  เป็นคนที่ไม่เคยเล่นกีฬา หรือร่วมทีมกับใครเลย  นายสะอาดทำตัวตามสบายนึกอยากจะมากี่โมงก็มา  ไม่ว่าจะเป็นเวลาประชุมก็เข้าสายโดยไม่ใส่ใจกับคนอื่น ๆ ที่กำลังรอประชุมอยู่  นายสะอาดมักจะแก้ปัญหางานโดยการจ้างรุ่นน้องให้ทำงานให้แทน  มักจะแอบนอนกลางวัน  สะสมงานไว้  เพียงแต่พูดว่า พรุ่งนี้ค่อยทำพรุ่งนี้ก็เสร็จเอง  แต่ไม่รู้เลยว่างานเหล่านั้นมันจะทำให้เกิดการสะสมอย่างต่อเนื่อง  เมื่อเทียบกับอีกคนนึง 

นายสะดวก  เป็นคนที่ขยัน  เคยเล่นกีฬาฟุตบอลมาก่อน  นายสะดวกมาเข้างานตรงต่อเวลา  ไม่เคยสาย ไม่เคยปล่อยให้คนอื่นๆ ต้องรอ เมื่อมาถึงก็ไหว้ผู้ร่วมงานที่เป็นคนมีอายุมากกว่าทุกครั้ง  เมื่อเกิดปัญหานายสะดวก จะแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง  และเมื่อแก้ไขไม่ได้ก็เข้าหาผู้ใหญ่ ของคำปรึกษา  เพราะช่วงระหว่างที่นายสะดวกนั้นร่วมทีมกับทีมฟุตบอลนั้น นายสะดวกเป็นคนตรงต่อเวลาซ้อม  มีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมทีม  และรู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่  ไม่เห็นแก่ตัว  ช่วยเหลือเพื่อน  ๆ ร่วมทีม  รับฟังความคิดเห็นกันและกัน  นายสะดวก มีความสุขกับการได้ร่วมทีม  และเมื่อนายสะดวก มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องกีฬา หรือเทคนิคการเล่น  นายสะดวกก็จะเข้าหาโค้ช และขอคำปรึกษา  ทำให้นายสะดวกเป็นที่รัก  และติดนิสัยมาจนถึงการทำงานของตนเองในปัจจุบัน

การที่กีฬาสร้างชาตินั้นเนื่องจากว่ากีฬาได้ฝึกให้คนเป็นคนมีระเบียบวินัยและตรงต่อเวลา  ในกรณีที่มีการประชุมระดับชาติหรือระดับประเทศระเบียบวินัย  และการตรงต่อเวลาสำคัญมาก  อาจทำให้ธุรกิจใหญ่  ๆอาจเสียไปเลย เนื่องจากท่านไม่มีความตรงต่อเวลา  ทำให้คนที่จะทำธุรกิจหรือติดต่อท่านในเรื่องสำคัญต้องเสียไป  ท่านก็จะเสียโอกาสด้วย  หรือเมื่อท่านพูดคุยธุรกิจกันแล้วเกิดปัญหา  ท่านก็จะสามารแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างไม่ต้องกังวลเลย  นั่นคือสิ่งที่การกีฬาสอนท่านมาอย่างไม่รู้ตัว  คนที่เล่นกีฬารู้จักเกมการแข่งขันถึงไม่มากก็น้อย  เล่นกันในประเทศ  เล่นกันในกลุ่มก็สามารถช่วยกันสร้างสรรค์ประเทศได้อย่างมีระเบียบ  มีความน่าเชื่อถือ เพราะว่าถ้าหากทำตัวให้ตรงเวลาและรักษาคำพูด  การติดต่อสื่อสารต่าง ๆ ก็จะเป็นไปได้อย่างราบรื่น  ใครๆ ก็จะเชื่อถือในคำพูดและการกระทำของท่าน  ดังนั้นการที่กีฬาจะช่วยในการสร้างชาติได้นั้น  คนต้องรู้จักการเล่นกีฬาเช่นเดียวดัน ไม่ใช่รู้จักแต่เล่นอย่างเดียวแล้วไม่ทำตามกฎระเบียบวินัยก็เป็นไปไม่ได้ที่จะให้กีฬาสร้างชาติ  ทุกอย่างอยู่ที่คนที่เป็นตัวแปรสำคัญในการช่วยกันสร้างทุกอย่างไม่เว้นแม้กระทั่งกีฬา  เพราะว่ากีฬานั้นดีหมดทุกประเภท  แต่คนเราจะทำให้กีฬาประเภทนั้นเสียหรือไม่เสียก็ต้องพิจารณาดูกันอีกที  อยากให้ทุกท่านได้สร้างชาติพัฒนาชาติของเราด้วยกีฬาทุกคน  และอยากให้ทุกคนช่วยกันพัฒนาประเทศ  รู้จักกฎระเบียบ และพัฒนาตนเองทั้งในแง่จิตใจ และความคิด อย่าให้เทคโนโลยีมาครอบงำ  จนลืมการดูแลรักษาสุขภาพ  ของเราไป ประเทศชาติจะพัฒนาได้จะขับเคลื่อนไปได้ต้องอยู่กับคนในชาติด้วย  ที่เหลือเป็นส่วนประกอบเท่านั้น

สนุกคิดสนุกเล่น

สิงหาคม 13th, 2010

ในปัจจุบันนี้  เกมคอมพิวเตอร์  เข้ามามีบทบาทกับชีวิตประจำวันของเรามาก  โดยเฉพาะเด็กนักเรียนหรือเด็กที่อาศัยอยู่ตามชุมชน  ถ้าหากเราสังเกตกันจริง  ๆ เราจะเห็นว่าร้านเกมคอมพิวเตอร์  และร้านอินเตอร์เน็ตแทบจะผุดขึ้นมาอย่างกับดอกเห็ดเลยทีเดียว  ซึ่งปัจจุบันนี้พ่อแม่ผู้ปกครองนั้นก็ให้แต่เงิน  และไม่ใส่ใจกับลูกของตนเองก็มีอยู่หลายครอบครัวที่เป็นเช่นนั้น  เราจะรู้ได้อย่างไรว่า เกมที่เด็ก ๆ เล่นกันนั้น เป็นเกมที่ดี บางคนที่ข้าพเจ้าเห็นนั้น มักจะปล่อยให้ลูกอยู่ที่บ้านกับเกมคอมพิวเตอร์แล้วทิ้งขนมไว้ให้อย่างเดียวทำให้เด็กไม่รู้จักสังคม  ไม่รู้จักโลกภายนอก  และไม่รู้จักว่าควรปรับตัวอย่างไรเมื่อเจอปัญหา  ในโลกของเกมคอมพิวเตอร์ หรือสื่อต่างๆ นั้น ไม่สามารถสอนเด็กให้รู้จักการเข้าสังคมได้  เพราะไม่มีการโต้ตอบจริง ๆ ทุกอย่างอยู่แต่เพียงโลกสี่เหลี่ยมเท่านั้น  เราจะมีวิธีอย่างไรที่จะดึงเด็กเหล่านี้ออกมาจากโลกที่วุ่นวายในเกมคอมพิวเตอร์  ในสื่อโทรทัศน์ที่เด็ก ๆ ยึดติด  เราลองมาช่วยกันคิดดูสิว่า  การที่เราจะเอากีฬามาเพื่อให้เด็ก ๆ เหล่านี้ได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์นั้นจะมีวิธีใดบ้างที่จะสามารถทำได้

                เด็ก  ๆต้องรู้จักปรับตัว  และใช้สมองคิดอย่างสร้างสรรค์ด้วย  ทำอย่างไรให้เด็ก ๆ ได้สนุกกับความคิดของตนเอง  และสนุกที่จะเล่นกับความคิดที่ตัวเองคิดขึ้นมาได้  ใครเลยจะรู้ว่ากีฬาบางประเภทก็สามารถทำได้อย่างนั้นจริง ๆ เรามาดูกันดีกว่าว่ากีฬาประเภทใดบ้างที่จะสามารถที่จะสนุกคิดสนุกเล่นได้เช่นกัน  เช่นกีฬาที่เรียกว่า  กีฬาหมากรุก  และก็หมากฮอตนั่นเอง  เป็นกีฬาที่สามารถเล่นได้โดยใช้สมองของคนเรานี่แระค่ะ พูดง่าย ๆ ก็คือต้องระดมสมองในการเล่น  เพื่อที่จะเอาชนะคู่ต่อสู้ได้อย่างสนุกสนาน  ถ้าเราเปลี่ยนให้เป็นกีฬาประจำครอบครัว หรือกีฬาที่ไว้สำหรับการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์แล้วละก็ ก็คงดี  เพราะเป็นการฝึกให้เราต้องใช้สมองในการคิดแก้ปัญหาและแก้เกมอย่างต่อเนื่องได้  เมื่อเล่นเสร็จแล้วเราก็จะเจอคู่ต่อสู้ที่เหนือกว่าไปเรื่อย ๆ จนสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่องสมองคนเราถ้าไม่ได้ใช้งานสมองของคนเราก็อาจเสื่อมได้อย่างต่อเนื่อง ฉะนั้นการที่เราจะดึงเด็กมาเล่นกีฬานั้น ต้องค่อยๆ หากิจกรรมที่สนุก ๆ ให้เค้าได้รู้สึกว่ามีอะไรสนุกกว่าเกมหรือสิ่งอื่นที่เด็กติดและไม่มีประโยชน์อีกต่อไป  ทำให้เค้าติดการเล่นกีฬามากกว่าการเล่นเกมนี่คือสิ่งที่ต้องคิดว่าเราจะมาช่วยกันทำอย่างไรว่าสิ่งที่เด็ก ๆ ต้องการคืออะไร  เราจะได้ช่วยกันดึงออกมา คือจะต้องให้เค้าได้เล่นในเวลาทีเหมาะสมไม่ใช่เล่นตลอดเวลา  ซึ่งจะทำให้เสียสุขภาพจิต  และการที่จะให้เด็ก รู้สึกว่ากีฬานั้นช่วยสร้างสรรค์บุคลิกภาพของเค้าได้นั้น ก็ต้องได้รับความร่วมมือกับทางบ้านและทางโรงเรียนรวมทั้งตัวเด็กด้วย

                เราลองมาคิดกันดีมั้ยว่าเราจะมีวิธีใดที่จะทำให้เด็ก  ๆที่ติดเกมนั้นหันมาเล่นกีฬากันได้  วิธีแรก เราต้องดูพื้นฐานของครอบครัวก่อน  แล้วชวนทำกิจกรรมเช่นจากที่เลิกเรียนแล้วเค้าจะถูกปล่อยกลับบ้านด้วยตนแองแล้วละก็  ให้มีกิจกรรมในโรงเรียนสำหรับเด็กกลุ่มนี้เพื่อโดยอาจจะจัดกีฬาบางประเภทเช่นกีฬาฟุตบอลจัดเป็นทีมขึ้นมาแล้วมีการจัดแข่งขันขึ้นอย่างต่อเนื่อง  มีทีมผู้เล่นและทีมผู้เชียร์  เปิดสนามให้กับนักเรียนได้ใช้เวลาว่างหลังจากเลิกเรียนในเวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมงในการเล่นกีฬาในโรงเรียน โดยเราจะต้องใช้กลุ่มตัวอย่างของเด็กที่ติดเกมก่อน  แล้วค่อยให้กลุ่มอื่นเล่นด้วย  เมื่อเค้าเล่นกีฬาที่โรงเรียนจนเหนื่อยแล้วก็อยากกลับบ้านไปพักผ่อน  ไม่มีแรงจะไปเล่นหรือทำอย่างอื่นที่ไม่เป็นประโยชน์อีก  อีกทั้งก็จะเห็นได้ว่ารูปร่างของตนเองดีขึ้น  สมองพัฒนาดีขึ้น  มาสมาธิในการเรียนได้มากขึ้น  และผิวพรรณก็ดีขึ้นตามลำดับด้วยเช่นเดียวกัน  เราจะทำอย่างไร เมื่อสังคมปัจจุบันนั้นมีแต่โสกของเครื่องจักร  เป็นที่น่าคิดและน่ากลัวในอนาคต  เราต้องร่วมมือกันในการสร้างค่านิยมในการสร้างให้เด็กๆ หันมาสนใจกีฬามากกว่าโลกแห่งอินเตอร์เน็ต และเกม  เราจะทำอย่างไรกันดี  ขอวานให้ท่านทั้งหลายที่อ่านตรองดูสักนิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือสถาบันครอบครัว  และการสร้างสังคมที่ดี  ไม่ใช่ติดอยู่ในโลกของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว  าลองมาคิดกันดีมั้ยว่าเราจะมีวิธีใดที่จะทำให้เด็ก  ๆที่ติดเกมนั้นหันมาเล่นกีฬากันได้  วิธีแรก เราต้องดูพื้นฐานของครอบครัวก่อน

เป้าหมายของกีฬาตะกร้อ

สิงหาคม 4th, 2010

                    ทางด้านของกีฬาตะกร้อนั้น ทางสมาคมของกีฬาตะกร้อได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่า สมาคมได้ตั้งไว้ เหรียญทอง เพื่อที่จะชิงชัยกวางโจวเกมส์การแข่งขันระหว่างเกาหลีใต้ม้ามืด ทางด้านของทีมตะกร้อไทยนั้นได้สั่งให้จับตาดู ทางด้านของเกาหลีใต้ ที่ได้โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมใน ศึกคิงส์คัพที่เพิ่งได้ปิดฉากลง ทางด้านของโค้ช กลม ตันกิมหงษ์  ซึ่งเป็นโค้ชของประเทศไทย   ได้เปิดเผยไว้ว่า จะต้องระมัดระวังทีมนี้ให้มากที่สุด เพราะว่าทีมนี้มีทุกอย่างเกือบจะครบหมดแล้ว เว้นแต่ขาดอย่างเดียวก็คือ เทคนิคนิดหน่อย เพราะฉะนั้น จะต้องถือว่าทีมนี้มีความอันตรายอย่างมาก และเราก็ไม่สามารถที่จะประมาทได้เลย แถมในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ทางด้านทีมโสมขาวยางได้วางเป้าหมายเพื่อที่จะไปชิงแชมป์กับประเทศไทย หือทางด้านประเทศมาเลเซียไว้อีกด้วย ไม่ว่าจะอย่างก็ตามถึงเวลาแล้วที่จะต้องมั่นใจทีมของประเทศไทยที่น่าจะกวาด 4 แชมป์ ในกวางโจวเกมส์ ทางด้านของโค้ชที่เป็นผู้ฝึกซ้อมตะกร้อทีมของประเทศไทย  เปิดเผยไว้อีกว่า ทางด้านนักกีฬาตะกร้อไทยนั้นได้สามารถไปคว้าแชมป์ตะกร้อชิงแชมป์โลก คิงส์คัพ ครั้งที่ 25 มาครองเป็นสมัยที่ 23 แล้ว ในเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทางด้านของนายกสมาคมตะกร้อนั้น น่าจะเป็นที่พอใจกับผลงาน แต่ก็ยังได้กำชับไว้ว่าโค้ชและนักตะกร้อทุกคนนั้นจะไม่มีความประมาท เพราะจะสังเกตได้จากผลการแข่งขันครั้งนี้หลายทีมมีการพัฒนาเกิดขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะทางด้านทีมของเกาหลีใต้ ที่สามารถพลิกล็อกเอาชนะทีมของมาเลเซียได้ในรอบรองชนะเลิศเพื่อที่จะเข้ามาชิงชนะเลิศกับทีมของประเทศไทยเป็นครั้งแรก ในระยะเวลาที่เหลือนั้นขอให้ทางด้านของโค้ชประเทศไทยได้ควบคุมการฝึกซ้อมให้นักกีฬามีความฟิตมากขึ้นกว่าเดิมในตอนที่เป็นอยู่ขณะนี้ โค้ชของประเทศไทยนั้นได้กล่าวว่า ทีมตะกร้อของเกาหลีใต้มาแข่งขันในครั้งนี้ ค่อนข้างจะสร้างความเซอร์ไพรส์ให้แปลกใจกันพอสมควร

 เนื่องจากว่าทางด้านทีมของเกาหลีใต้ได้มีการพัฒนาการการเล่นโดดเด่นเป็นอย่างมาก และในตอนนี้ทางด้านของทีมเกาหลีใต้ได้มีทุกอย่างเกือบครบแล้ว เว้นแต่เพียงเทคนิคนิดหน่อย ซึ่งต้องถือว่าเป็นสัญญาณอันตรายที่ทางด้านทีมของประเทศไทยนั้นไม่สามารถจะประมาทได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ในครั้งที่ 16 จะมีการแข่งขันในเดือน พฤศจิกายน นี้ ที่เมือง กวางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ทางด้านเกาหลีใต้ก็ได้ตั้งเป้าเพื่อที่จะไปเข้าชิงชนะเลิศกับทีมใดทีมหนึ่งระหว่างทีมของประเทศไทยกับทีมของมาเลเซีย ซึ่งต้องถือว่าเป็นมหาอำนาจตะกร้อโลกที่ผูกขาดมาโดยตลอด จากการแข่งขันในครั้งนี้ก็สามารถดูฟอร์มได้เลยว่า ยังมั่นใจเต็มร้อยว่าทางด้านของทีมตะกร้อประเทศไทยน่าจะกวาดเหรียญทองมาได้ทั้งหมดถึง 4 เหรียญ ไว้ดังที่ตั้งเป้าหมายไว้ในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ 

ขณะเดียวกันนี้ทางด้านทีมตะกร้อประเทศไทยนั้น ยังได้ยืนยันว่า สืบศักดิ์ ผันสืบ จอมเสิร์ฟตัวเก๋า ของทีมประเทศไทย ยังคงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องไปกับทีม เพราะว่ามีชื่อที่น่าเกรงขามแล้วและก็ยังเสมอสำหรับคู่แข่งทุกทีมแม้ว่าสภาพทางด้านร่างกายนั้นจะไม่สมบูรณ์เต็มร้อยซะเท่าไรเพราะเนื่องจากว่าอายุมากขึ้นแล้ว ทางด้านโค้ชก็ยังไว้กับนักตะกร้อของทีมไทยที่จะพากันไปคว้าแชมป์ในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ในครั้งนี้มาได้อีกด้วย

อวัยวะภายในกับการนอนหลับ

กรกฎาคม 30th, 2010

คุณสาวๆที่รักสวยรักงามคงจะมีความเชื่อกันว่าการนอนหลับเป็นบ่อเกิดของความงาม เพราะการพักผ่อนที่เพียงพอและเหมาะสม จะทำให้ผิวพรรณของคุณเปล่งปลั่งสดใส ดูมีน้ำมีนวล แต่ทว่าในการนอนหลับที่เหมาะสมนั้น ก็มีเรื่องของช่วงเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะหากเรานอนหลับในช่วงเวลาที่เหมาะสม นอกจากจะได้ความสดใสแล้ว ยังมีประฌยชน์กับอวัยวะภายในของเราด้วย
01.00 น. – 03.00 น. เป็นเวลาของตับ
ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ทุกคนควรนอนหลับพักผ่อนให้เป็นประจำให้ได้เพราะตับจะหลั่งสาร มีราโทนิน ที่จะทำให้หน้าอ่อนกว่าวัย (เห็นมั้ยละว่าสำคัญแค่ไหน)ที่สำคัญห้ามกินเด็ดขาดในเวลานี้เพราะจะทำให้ตับต้องทำงานหนักและเสื่อมเร็ว

 03.00 น. – 05.00 น. เป็นเวลาของปอด

สิ่งที่ดีที่สุดที่ควรทำคือ ตื่นนอน ลุกขึ้นมาจากเตียงแล้วออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ซะหน่อยเขาบอกว่าถ้าตื่นนอนช่วงนี้เป็นประจำจะทำให้ผิวพรรณดี

 05.00 น. – 7 .00 น. เป็นเวลาของลำไส้ใหญ่

เพราะฉะนั้นควรขับถ่ายให้เป็นนิสัยทุกเช้า ถ้าคนไหนมีโรคประจำตัวคือท้องผูกกว่าจะถ่ายแต่ละทียากเย็นเหลือเกิน แนะนำว่าให้ลองดื่มน้ำผึ้งผสมมะนาว น้ำ 1 แก้ว + น้ำผึ้ง 1 ช้อน + น้ำมะนาว 4-5 ลูก

 07.00 น. – 09.00 น. เป็นเวลาของกระเพาะอาหาร

จึงควรกินอาหารเช้าในช่วงเวลานี้ทุกวัน เพราะถ้าปล่อยให้ท้องว่างกระเพาะอาหารจะอ่อนแอกลายเป็นคนตัดสินใจช้า ขี้กังวล ที่สำคัญจะหน้าแก่เร็วกว่าไว น่ากลัวมากๆๆ

 09.00 น. – 11.00 น. เป็นเวลาของม้าม

พูดให้น้อย กินให้น้อย และห้ามนอนหลับ

 11.00 น. – 13.00 น. เป็นช่วงเวลาที่หัวใจทำงานหนักที่สุด

ควรทำใจให้สบาย หลีกเลี่ยงสิ่งที่จะทำให้เครียด พยายามไม่ใช้ความคิดหนักถ้าต้องเครียดกับงานตรงหน้ามากนักก็ผ่อนคลายซะบ้าง (แต่ไม่ใช่อู้งานนะคะ)

 13.00 น. – 15.00 น. เป็นช่วงเวลาของลำไส้เล็ก

งดกินอาหารทุกประเภทให้ลำไส้เล็กได้พักผ่อน

15.00 น. – 17.00 น. เป็นเวลาของกระเพาะปัสสาวะ

ออกกำลังกายหรืออบตัวให้เหงื่อออก อย่ากลั้นปัสสาวะ

17.00 น. – 19..00 น. เป็นเวลาของไต

อาบน้ำทำให้ร่างกายสดชื่น ไม่ควรออกกำลังกายหนัก

 19.00 น. – 21.00 น. เป็นเวลาของเยื่อหุ้มหัวใจ             

ควรหยุดทำงาน พักผ่อนทำสมาธิและสวดมนต์

 21.00 น. –  23.00 น. เป็นเวลาของพลังงานรวม

ทำให้ร่างกายอบอุ่นนอนหลับให้ร่างกายพักผ่อนเต็มที่

 23.00 น. – 01.00 น. เป็นเวลาของถุงน้ำดี

นอนหลับให้สนิท (ถ้าไม่หลับช่วงนี้มีโอกาสเกิดโรคมากมายและร่างกายจะทรุดโทรมไว)

 เห็นรึยังคะ ว่าการนอนหลับที่ดี จะส่งผลแก่ร่างกายของเรายังไง คนที่ชอบมีตารางเวลาที่แปลกๆ เช่น นอนเช้า ตื่นกลางคืนก็เลิกเถอะค่ะ หันมานอนตามเวลาดีกว่า เพื่อสุขภาพที่ดีและความงามจากภายในสู่ภายนอกด้วยค่ะ

กีฬาหมากฮอสไทย

กรกฎาคม 24th, 2010

เชื่อกันว่า หมากฮอส (checkers) มีกำเนิดมาจากหมากรุก (chess) โดยดัดแปลงรูปแบบ และกติกาการเล่นให้ง่ายขึ้น แม้แต่เด็กก็สามารถเรียนรู้และเล่นเป็นได้ในเวลาไม่นาน คำว่า checkers หมายถึงตาหมากรุก

หมากฮอส คือ เกมกีฬาประลองความคิดที่เล่นกัน 2 คนได้รับความนิยมอย่างหนึ่งในยามว่าง และพบเห็นได้ทั่วไป เพราะอุปกรณ์ในการเล่นหาได้ไม่อยาก อาทิ กระดานหรือพื้นที่เรียบ สำหรับเขียนตารางหมากให้เดิน และตัวฮอสที่ใช้สำหรับเล่นเกม ซึ่งหาอุปกรณ์ต่างๆ แทนได้ทั่วไป อาทิ ฝาขวดน้ำอัดลม หรือ ก้อนหินขนาดเล็ก การเล่นฮอสนั้นมีหลายแบบ เล่นเพื่อสนุกเล่นเพื่อศึกษา เล่นเพื่อหารายได้หรือเล่นเพื่อการแข่งขัน ฯลฯขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของแต่ละคน คนที่คิดจะเล่นให้เก่ง จึงต้องใช้ความพยายามและใช้เวลาไปไม่ใช้น้อยดังนั้นผู้เล่นจึงควรพิจารณาตัวเองด้วยว่าตนเองจะเล่นเพื่ออะไรและใช้เวลาแค่ไหนจึงจะเหมาะสมกับตัวเอง

หมากฮอสแบ่งเกมการเล่นออกได้เป็นสามช่วงคือ

1 ต้นกระดาน จำเป็นที่จะต้องรู้รูปหมากจำนวนมาก ใช้ความจำเป็นส่วนใหญ่คิดเพียงเล็กน้อย ช่วงนี้คนที่รู้รูปหมากมาก จำได้มาก เป็นฝ่ายได้เปรียบ

2 กลางกระดาน เริ่มต้องใช้ความคิดมากขึ้นผสมกับความจำ คนที่คิดดีกว่ามักได้เปรียบในช่วงนี้

3 ปลายกระดาน จุดตัดสินแพ้ชนะต้องใช้ความคิดมาก มีรูปกลมากมายอีกทั้งต้องอาศัยการบังคับหมากที่ถูกต้องช้าไปเพียงก้าวเดียวก็ทำให้หมากแพ้หรือหลุดเสมอไปต้องอ่านหมากได้ละเอียดถูกต้องแม่นยำ จึงจะชนะซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย เพราะปลายกระดานนั้น มีความหลากหลายมาก หลายๆ เกมจึงจบลงแบบพลิกล็อค เพราะฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเดินผิด

กีฬาหมากฮอสนั้นเป็นเกมส์กีฬาที่นิยมเล่นกันมากและแพร่หลายชนิดหนึ่งของกีฬาในร่มเมืองไทย เพราะจะเล่นเพื่อความเพลิดเพลิน หรือเล่นเพื่อฝึกสมองก็ได้ทั้งสองอย่าง แต่น้อยคนนักที่จะเล่นเกมส์ชนิดนี้ได้เก่ง เพราะจะต้องมีคุณสมบัติหลายอย่างประกอบกันจึงจะทำให้ฝีมือดีขึ้นได้ อาทิ 

1.  ต้องมีไหวพริบและปฏิภาณดี สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ทันท่วงทีและถูกต้อง รู้ถึงกลลวงและการซ้อนกลตอบโต้คู่ต่อสู้ได้

2.  ต้องมีความจำดี ผู้ที่มีความจำดีย่อมได้เปรียบเสมอ เพราะลีลาและการเดินย่อมมีซ้ำกันได้มาก จะช่วยให้สามารถแก้ไขการเดินในภายหน้าได้ดีขึ้น และในขณะเดียวกันก็สามารถรู้ถึงจุดอ่อนของรูปหมากของคู่ต่อสู้ได้ดีเช่นกัน

3.  ต้องมีความคิดสุขุมลึกซึ้ง ในการเดินระยะกลางกระดานและปลายกระดานนั้น จำเป็นต้องใช้ความคิดมากเพราะจะต้องคิดอยู่เสมอว่า หมากฝ่ายเราตัวไหนที่เหมาะสมในการเดินบ้าง และถ้าเดินตัวนั้นแล้ว 

คู่ต่อสู้จะเดินตัวไหน และผลที่สุดเป็นอย่างไร ควรเดินหมากตัวไหนจึงจะมีสภาพบังคับหมากของคู่ต่อสู้ ทั้งนี้จะต้องคำนึงถึงจุดอ่อนของฝ่ายเรา และจุดอ่อนของคู่ต่อสู้ ตลอดจนถึงจุดเด่นของฝ่ายเรา และจุดเด่นของคู่ต่อสู้ แล้วคิดใคร่ครวญโดยรอบคอบและละเอียด จะคิดเพียงระยะใกล้ๆ ไม่ได้เป็นอันขาด เพราะอาจเกิดตาร้ายขึ้นได้ ซึ่งจะไม่เป็นการยากนัก เพราะในการเดินหมากแต่ละครั้งนั้นจะมีตัวที่เหมาะสมในการเดินประมาณ 3 ตัว แต่ตัวที่เหมาะสมในการเดินที่สุดจะมีเพียงตัวเดียว

4.  ต้องมีความเพียร หมั่นฝึกซ้อมอยู่เสมอ เพื่อความเจนจัดในการเดินจะทำให้สามารถมองรูปหมากได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และการฝึกซ้อมนั้นเราจะสามารถคิดค้นหมากที่มีความซับซ้อนพิสดารขึ้นได้ ซึ่งอาจเป็นกลเม็ดในการเผด็จศึกก็ได้ และยังช่วยลดความประหม่าในการแข่งขันอีกด้วย

5.  ต้องไม่ประมาท การประมาทคู่ต่อสู้จะทำให้เกิดความพ่ายแพ้อย่างยับเยิน ไม่ควรประมาทคู่ต่อสู้เป็นอันขาด ทั้งในด้านการเดิน การเปิดรูปหมากก็ควรเปิดรูปที่เป็นต่อเสมอ

พื้นฐานการเล่นหมากฮอสที่ผู้เล่นควรทราบมีดังนี้

1. การกิน คือ การเดินที่ทำให้หมากของอีกฝ่ายหนึ่งสูญเสียตั้งแต่ 1 ตัวขึ้นไป ถ้าฝ่ายใดกินหมากของคู่ต่อสู้ได้มากกว่า โอกาสชนะก็มีมากขึ้น ซึ่งการกินนั้นมีอยู่ 3 ลักษณะด้วยกัน คือ

1.1 วิธีการกิน 
     แบ่งเป็น 2 วิธีคือ การกินเปล่าและการกินแลก

การกินเปล่า นั้น คือการที่ฝ่ายหนึ่งเสียหมากให้คู่ต่อสู้กินและไม่ได้กินคืนในจังหวะต่อมา โดยมีเหตุผลดังนี้

• ความเผลอเรอ คือการเผลอเดินไปให้คู่ต่อสู้กินหรือถูกจับกินแล้ไม่หนี การกินเปล่านี้อาจเกิดจากการวางแผนผิดพลาด

• การบังคับหรือการจับกิน คือการที่ฝ่ายหนึ่งเตรียมหรือบังคับที่จะกินหมากของคู่ต่อสู้ในการเดินตาต่อไปและอีกฝ่ายหนึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงการถูกกิน หรือถ้าหลีกเลี่ยงได้อาจเกิดผลเสียมากกว่า จึงจำต้องถูกกินเปล่าไป การจับกินนี้สามารถทำได้ตั้งแต่ 1 ตัวขึ้นไป

• การอ่อย คือการยอมเสียหมากให้คู่ต่อสู้กินก่อนแล้วจึงจับกินคืนในจังหวะต่อมา การอ่อยทำให้จังหวะการเดินเลื่อนไป 1 ตารูปหมากเปลี่ยนไป อาจจะช่วยให้หมากที่ดูเป็นรองหรือเท่ากันกลับเป็นฝ่ายชนะได้

• การเซ่น เป็นการยอมให้คู่ต่อสู้กินหมาก โดยไม่ได้กินคืนหรือจับกินคืนในจังหวะต่อมา เป็นการให้กินเพื่อหวังผลด้านรูปหมาก เช่นการกักเป็นหรือกักตายคู่ต่อสู้ หรือหวังเข้าฮอส

การกินแลก คือการที่ให้อีกฝ่ายหนึ่งกินหมากจะกี่ตัวและกี่จังหวะก็ตาม แล้วกินคืนในจังหวะต่อมา ซึ่งการกินแลกนั้นจะกินแลกแบบเท่ากันหรือไม่เท่ากันก็ได้แล้วแต่การวางหมาก

1.2 รูปแบบการกิน
    

หมากฮอสมีรูปแบบการกินที่แตกต่างกันมากมาย ตั้งแต่การกินแบบง่าย จนถึงการกินที่ซับซ้อน


1.3 เทคนิคการกิน


คือการถือเอาจังหวะหรือจำนวนครั้งของการกินเป็นสำคัญ ซึ่งเทคนิคการกินนั้นมีหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการกินแลกจังหวะเดียว จนไปถึงการกินแลกที่ซับซ้อน

2. การกัก คือการเดินเพื่อจำกัดตาเดินของอีกฝ่ายหนึ่ง โดยอาจจะทำให้ไม่มีตาเดิน หรือถ้าเดินไม่ว่าตัวใดจะต้องถูกกิน มีด้วยกัน 2 วิธี


2.1 การกักตาย


คือการเดินที่ทำให้คู่ต่อสู้ไม่มีตาเดินได้ ไม่ว่าจะมีหมากเหลือกี่ตัวก็ตาม ซึ่งมีผลทำให้ฝ่ายนั้นแพ้ทันที เป็นวิธีการเดินที่ทำให้ชนะรวดเร็วเด็ดขาด


2.2 การกักเป็น 
    

คือการเดินกักตาเดินของคู่ต่อสู้ทำให้ต้องเดินมาให้กิน ไม่ว่าจะเดินหมากตัวใดก็ตาม

3. การหลอกล่อและการรอจังหวะ เทคนิคสำคัญที่ต้องรู้และเข้าใจสำหรับการเล่นหมากฮอส คือการกินและการกัก แต่ในขณะเล่นที่ยังไม่สามารถใช้เทคนิคการกินและการกักจำเป็นต้องเดินรอจังหวะให้คู่ต่อสู้พลาดหรือหลอกล่อให้มาตกหลุมพราง


การหลอกล่อและรอจังหวะ จัดว่าเป็นชั้นเชิงที่ทำให้ฝีมือสูงขึ้น ผู้ที่จะเล่นหมากฮอสเก่ง จะต้องทำความเข้าใจและสามารถนำออกมา
ใช้ได้

ผู้แข่งขัน

     แข่งขันกันได้ทุกเพศทุกวัย โดยจะมีผู้แข่งขัน จำนวน 2 คน ใน 1 กระดาน

กฏกติกา

ข้อ 1 ความหมายของกีฬาหมากฮอส

     “หมากฮอส” เป็นกีฬาพื้นบ้านของไทย นิยมเล่นกันโดยทั่วไปทุกเพศ  ทุกวัย เป็นกีฬาที่เล่นกันระหว่างผู้เล่น 2 คน โดยการเดินหมากไปบนกระดานสี่เหลี่ยมจัตุรัส เอาชนะแก่กัน เมื่อผู้เล่นฝ่ายแพ้หมดตาเดินหรือหมดตัวเดิน หรือยอมแพ้ หรือถูกปรับให้แพ้

ข้อที่ 2 อุปกรณ์การเล่น

 กระดานหมากฮอส เป็นกระดานรูปสี่เหลี่ยมรูปจัตุรัส มี 64 ช่อง  เช่นเดียวกับกระดานหมากรุกของไทย แบ่งด้านกว้าง ด้านยาว  เป็น 8 ช่อง ทาสี 2 สีสลับกัน “ตัวหมาก” ทำด้วยไม้หรือพลาสติก รูปวงกลม เหมือนตัวเบี้ย

หมากรุกไทย แต่ขนาดใหญ่กว่า มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 ซม. การแข่งขันหมากฮอสประเภท 8 ตัว จะมีหมากทั้งหมด 16 ตัว แบ่งเป็นหมากขาวและหมากดำฝ่ายละ 8 ตัว การแข่งขันประเภทหมาก 12 ตัว (นิยมเล่นกันทางภาคเหนือโดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงใหม่) มีหมากทั้งหมด 24 ตัว แบ่งเป็นหมากขาวและหมากดำฝ่ายละ 12 ตัว